แหล่งรวมความรู้ออนไลน์
หน้าแรก เว็บบอร์ด

 
 

โฆษณา,โฆษณาออนไลน์,การโฆษณา,สื่อโฆษณา,การตลาด,บริษัทโฆษณา,ประชาสัมพันธ์,ลงโฆษณา,ประกาศ,ออนไลน์,online,online advertising,advertising,โปรโมทสินค้า,โปรโมทเว็บไซต์,promote website,seo,pay per click,ad per click,media,ค้นหาเว็บ,media,สื่อ
 
 
 

องค์การการค้าโลก ( World Trade Organization : WTO )  

 
 

 

 
 

       เป็นองค์การที่ถือกำเนิดในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1995 อันเป็นผลมาจากการเจรจาการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย ภายใต้การประชุมของความตกลงทั่วไปว่าด้ายภาษีศุลกากรและการค้าหรือแกตต์ ( General Agreement on Tariffs and Trade : GATT ) องค์การการค้าโลก มีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 81 ประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นถึง 144 ประเทศ โดยไต้หวันเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2002 องค์การการค้าโลกมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีของไทยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการในตั้งแต่ 1 กันยายน ค.ศ. 2002 ถึง ค.ศ. 2005 นับว่าเป็นผู้อำนวยการ WTO คนแรกของเอเซียและของประเทศที่กำลังพัฒนาที่ก้าวไปมีบทบาทในสถาบันเศรษฐกิจระดับโลก

 
     
  วัตถุประสงค์ขององค์กรการการค้าโลก  
 

    องค์การการค้าโลกทำหน้าที่ดูแลการค้าโลกให้เป็นไปในทางเสรีและมีความเป็นธรรม มีบทบาทหน้าที่ ดังนี้

 
 
1.
เป็นเวทีเพื่อเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก ในรูปของมาตรการภาษีศุลกากร และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร
2. เป็นเวทีให้สมาชิกหันหน้าเข้าหารือ เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าและหากตกลงกันไม่ได้ก็จะจัดตั้งคณะลูกขุน ( Panel ) ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะ
3. เป็นผู้เฝ้าดูแลสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ และ จัดให้มีการทบทวนนโยบายการค้าของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ
4.

ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาในด้านข้อมูล ข้อแนะนำเพื่อให้สมาชิกปฎิบัติตามพันธกรณีได้อย่างเพียงพอ ตลอดจนทำการศึกษาประเด็นการค้าที่สำคัญ

5. ประสานงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ ธนาคารโลกเพื่อให้นโยบายเศรษฐิจโลกสอดคล้องกันยิ่งขึ้น
 
     
  หลักการสำคัญขององค์การการค้าโลก  
 

      หลักการในการดำเนินงานขององค์การการค้าโลก ทำหน้าที่ดูแลการค้าสินค้าครอบคลุมถึงการค้าการบริการ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และ มาตรการการลงทุนที่เกี่ยวกับการค้า โดยพยายามลดอุปสรรค และ มาตรการในการกีดกันทางการค้า หลักการปฎิบัติที่สำคัญมี ดังนี้

 
 
1.

การไม่เลือกปฎิบัติ ( Non – Discrimination )  ในการใช้มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ โดยการปฎิบัติต่อสินค้าจากทุกประเทศเท่าเทียมกัน ( Most Favoured Nation Treatment : MFN ) การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม และ ภาษีศุลกากรหรือมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่นำเข้าต้องเรียกเก็บเท่าเทียมกันทุกประเทศ และ ต้องปฎิบัติต่อสินค้านำเข้าเท่าเทียมกับสินค้าภายในประเทศ

2. ต้องมีความโปร่งใส เกี่ยวกับข้อกำหนด และ มาตรการทางการค้าที่นำมาบังคับใช้กับสินค้า ประเทศสมาชิกจะต้องพิมพ์กฎระเบียบเกี่ยวกับมาตรการทางการค้า เผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ และ ต้องแจ้งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ
3. ใช้ภาษีศุลกากรเท่านั้น ( Tariff – only Protection )  ในการคุ้มครองผู้ผลิตภายใน ห้ามใช้มาตรการจำกัดการนำเข้าทุกชนิด ยกเว้นกรณีที่สอดคล้องกับบทบัญญัติขององค์การค้าโลก
4. ให้มีการรวมกลุ่มทางการค้าเพื่อลดภาษีระหว่างกัน ทั้งนี้ต้องมีเงื่อนไขในการรวมกลุ่มต้องไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อกีดกันการนำเข้าจากประเทศนอกกลุ่ม ต้องไม่กระทบกระเทือนผลประโยชน์เดิมของประเทศนอกกลุ่ม
5. ส่งเสริมการแข่งขันการค้าที่เป็นธรรม แต่ประเทศสมาชิกสามารถเก็บภาษี และ ตอบโต้การทุ่มตลาด และ การอุดหนุนสินค้าเข้าได้ หากมีการไต่สวนตามกฎระเบียบขององค์การการค้าโลกแล้วพบว่าประเทศผู้ส่งออกกระทำการทุ่มตลาดและให้การอุดหนุนจริง ได้ก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมภายในประเทศ
6.

มีกระบวนการยุติข้อพิพาททางการค้า เมื่อเกิดกรณีมีข้อขัดแย้งทางการค้าให้เจรจาหารือเพื่อยุติข้อพิพาท หากทำไม่สำเร็จให้นำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการขององค์การการค้าโลก เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการยุติข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศ

 
  ประเทศไทยกับองค์การการค้าโลก  
 

     ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกอันดับที่ 59 ใน ค.ศ. 1995 ไทยได้รับสิทธิประโยชน์หลายประการในการเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก เช่น ได้รับการลดหย่อนภาษีจากประเทศภาคีอื่นได้รับความช่วยเหลือด้านข้อมูลวิชาการต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีข้อผูกพันที่ต้องปฎิบัติตามกฎระเบียบและยอมรับคำตัดสิน ในกรณีเกิดข้อพิพาททางการค้า การเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลกทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ในด้านต่างๆ พอสรุป ดังนี้

 
 
1.
มีกฎระเบียบที่รัดกุม โปร่งใส และ เป็นธรรม การมีกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศขององค์การการค้าโลก ช่วยส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ค้าและผู้ลงทุน
2. ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสามารถคาดการณ์และวางแผนการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าได้เนื่องจากมีความโปร่งใสโดยเฉพาะในเรื่องภาคี
3. การส่งออกขยายตัวและตลาดเปิดกว้างมากขึ้น จากการที่ประเทศสมาชิกต้องเปิดตลาดตามพันธกรณี ส่งผลให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทยเดิมต้องประสบปัญหาความผันผวนของราคาตลาดโลกมาตลอด เพราะไม่มีกฎเกณฑ์การค้าสินค้าเกษตรมากำกับดูแล หลักจากการเปิดเสรีสินค้าเกษตรได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ในการเจรจาของ GATT รอบอุรุกวัย ทำให้ไทยเปิดสินค้าเกษตรได้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น และ เกาหลี จำเป็นต้องเปิดตลาดข้าว สหภาพยุโรปต้องเปิดตลาดน้ำตาล ทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกไปยังตลาดเหล่านี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งทอ และ เครื่องนุ่งห่ม เป็นสินค้าที่จะเปิดเสรีมากขึ้นโดยมีการขยายโควต้านำเข้าในแต่ละปีและจะยกเลิกทั้งหมดในปี ค.ศ. 2005 ซึ่งเป็นโอกาสของไทยที่จะเข้าไปแข่งขันได้
4. มีเวทีร้องเรียนข้อพิพาททางการค้า และมีแนวร่วมต่อสู้กับประเทศใหญ่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เช่น ไทยเคยถูกกีดกันการนำเข้ากุ้ง โดยอ้างว่าการจับกุ้งของไทยเป็นอันตรายต่อเต่าทะเล ซึ่งไม่เป็นความจริงไทยจึงร่วมมือกับอินเดีย บราซิลฟ้องสหรัฐอเมริกาผลการตัดสินฝ่ายไทยเป็นฝ่ายชนะ
 
 

        อย่างไรก็ตาม อุปสรรคทางการค้าที่พบในปัจจุบัน ที่ยังคงต้องแก้ปัญหาต่อไปนี้คือ ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว มักจะนำมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีศุรกากรมาเป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้าดังเช่น สหรัฐเรียกเก็บภาษีต่อต้านการการทุ่มตลาดสินค้าไทยหลายประการ นำเอาเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นข้ออ้างในการตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากรโดยทั่วไป ( Generalized System of Preferences : GSP ) ตลอดจนนำเรื่องแรงงานและสิ่งแวดล้อมมาผูกโยงกับประเด็นการค้า ญี่ปุ่นก็มีการเข้มงวดด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าโดยเฉพาะอาหารต้องติดฉลากสินค้า GMOs หรือปลอด GMOs ส่วนสหภาพยุโรปก็มีมาตรการการเข้มงวดเกี่ยวกับนโยบายความปลอดภัยด้านอาหาร การควบคุมมาตรฐานสุขอนามัย และ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม

 
     
     
     
 
 
 
 

Site Meter ©2008 www.9bkk.com All rights reserved Online Users