การลงทะเบียนใน Search Engine

   
 

  สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนเว็บของเรามีแนวทางที่แตกต่างกันสำหรับ Search Site แต่ละแบบ โดยมีแนวทาง ดังนี้
1.  คิดคีย์เวิร์ด
2.  ใส่คีย์เวิร์ดในหน้าเว็บโดยใช้ แท็ก <title> และแท็ก <meta>
3.  ลงทะเบียนใน Search Site เป้าหมาย

 
 
คิดคีย์เวิร์ด
 
ในการค้นหาแต่ละครั้งผู้ใช้จะพิมพ์คำที่ต้องการให้ค้นหาที่เราเรียกว่าคีย์เวิร์ดเข้าไป ซึ่ง Search Site จะแสดงเว็บทั้งหมดที่มีเนื้อหาตรงกับคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ซึ่งในการลงทะเบียนเว็บไซต์ของเรา จะต้องมีการระบุคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมให้กับเว็บของเราด้วย ซึ่งมีแนวคิดคีย์เวิร์ดที่จะนำมาใช้ ดังนี้
ให้เราคิดคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเราขึ้นมาให้มากที่สุด แล้วนำมาคัดเลือกให้เหลือประมาณ 15 คำ ขอแนะนำ ให้เลือกคีย์เวิร์ดที่มีการใช้ค้นหาจริง ( ไม่ใช่คำที่น่าจะถูกนำมาใช้ ) จากนั้นขอแนะนำให้ไปที่ Search Site เป้าหมายและลองค้นโดยใช้คีย์เวิร์ดเหล่านั้นดู ถ้าผลลัพธ์ที่ได้มีจำนวนเว็บมากเกินไป เราอาจไม่ใช้คีย์เวิร์ดนั้น เพราะอาจติดอันดับต้นๆ ยาก
   
 
ใส่คีย์เวิร์ดในหน้าเว็บโดยใช้แท็ก <title> และแท็ก <meta>
 

    ต่อไปเราจะนำคีย์เวิร์ดที่คิดได้ มาใส่ในหน้าเว็บของเราโดยใช้ แท็ก <title> และแท็ก <meta> ดังนี้
การใส่คีย์เวิร์ดในแท็ก <title> ในเว็บเพจ แต่ละหน้าจะมีส่วนแถบหัวเรื่องที่เรียกว่า Title bar ซึ่งข้อความที่แสดงจะถูกกำหนดไว้ในแท็ก <title> …… </title> สำหรับ Search Site หลายแห่งจะให้ความสำคัญกับข้อความในแท็ก <title> เป็นอันดับแรก โดยเราควรเขียนหัวข้อของเว็บอย่างชัดเจนแต่กระชับ และควรนำคีย์เวิร์ดที่คิดไว้มาใช้ในแถบหัวเรื่องด้วย เรากำหนดชื่อแถบหัวเรื่องของหน้าเว็บใน Dreamweaver ได้ โดยการเลือก Modify>Page Properties และ พิมพ์ชื่อที่ต้องการได้ในช่อง Title

   
 
การใส่คีย์เวิร์ดในแท็ก <meta>
 
อีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับ Search Site คือรายละเอียดที่เรากำหนดในแท็ก <meta> ซึ่งเป็นส่วนที่มีผลกับ Spider หรือ Robot ของ Search Site ที่ตัดสินใจว่าจะนำเว็บที่เราลงทะเบียนนี้ไปไว้ในหมวดไหน และไว้ที่อันดับที่เท่าไหร่ ซึ่งข้อความที่ถูกกำหนดในแท็ก <meta> จะไม่ปรากฏให้เห็นเมื่อเราเปิดดูหน้าเว็บ
แท็ก <meta> จะไม่ปรากฏให้เห็นบนหน้าเว็บ แต่ใช้สำหรับอธิบายข้อมูลของเว็บเพจให้กับ Search Engine เป็นหลัก ซึ่งหากเราต้องการให้หน้าเว็บของเรามีผู้มาเยี่ยมชม เราควรเพิ่มแท็ก <meta> เพื่อให้หน้าเว็บของเราปรากฏบน Search Engine อย่างถูกต้อง
   
 
สำหรับแท็ก <meta> ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ
 
-  ส่วน Description เป็นส่วนไว้บรรยายถึงเนื้อหาในเว็บเพจของเรา โดยในคำบรรยายนี้ควรแทรกคีย์เวิร์ดที่คิดไว้ด้วยซึ่งในการค้นหาข้อมูลโดยใช้ Search Site ถ้าพบเว็บเพจนี้ก็จะแสดงชื่อเว็บตามด้วยข้อความส่วนนี้ ( ในกรณีที่หน้าเว็บนั้นไม่ได้กำหนดแท็ก <meta> description ไว้ Search Site จะแสดงเนื้อหาช่วงต้นๆ ของเว็บเพจขึ้นมาแทน )
-  ส่วน Keywords มีไว้เพื่อใส่คีย์เวิร์ดโดยตรง ซึ่งต้องเป็นคำที่เราคิดว่าผู้ใช้ต้องการค้นหาหน้าเว็บของเรามากที่สุดแท็ก <meta> จะอยู่ในส่วน <head> ของเว็บเพจ มีรูปแบบดังนี้
<meta name=”description” content=”เนื้อหาของเว็บเพจอย่างย่อ”>
<meta name=”keywords” content=”ใส่คำนิยามที่ต้องการ โดยมีเครื่องหมายจุลภาคในการแยกคำ”>
   
 
การแทรกแท็ก <meta name=”description”>
 
ถ้าผู้ใช้ค้นหาข้อมูลใน Search Site และมีหน้าเว็บของเราอยู่ในผลลัพธ์การค้นหา ข้อความที่เราระบุในแท็ก <meta name=”description”> จะถูกนำไปแสดงให้ผู้อ่านเห็น ซึ่งข้อความนี้จะเป็นการแนะนำเว็บเพจของเราอย่างย่อๆ เพื่อให้ที่เข้ามาผู้ค้นหาข้อมูลเกิดความสนใจ และอาจเปิดหน้าเว็บของเราดู
การแทรกแท็ก <meta name=”keywords”> จะเป็นการระบุคีย์เวิร์ดที่เราคิดว่าเหมาะสมสำหรับหน้าเว็บของเรา ซึ่ง Search Site จะนำแท็กนี้มาประกอบการพิจารณาว่าจะกำหนดให้หน้าเว็บของเราควรอยู่อันดับที่เท่าไหร่ในการค้นหา เมื่อมีการใช้คีย์เวิร์ดที่เราระบุไว้
   
 
ข้อควรระวังในการใส่คีย์เวิร์ด
 
ไม่แนะนำให้ใส่คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ หรือใส่คีย์เวิร์ดเดียวกันซ้ำกันเกิน 3 ครั้งติดกันในแท็ก <title> หรือแท็ก <meta> เช่น car , car, car , car หรือ book,book , book , book เพราะบาง Search Site จะไม่รับการลงทะเบียนของเรา ซ้ำยังแบล็คลิสต์เราไว้อีก ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถบรรจุเว็บนี้เข้าไปในฐานข้อมูลของ Search Site นี้อีกเลย
เหตุที่มีการลงโทษ ( Penalty ) เช่นนี้เป็นเพราะในอดีตได้มีเจ้าของเว็บหัวใสหลายรายที่พยายามใช้สารพัดวิธีในการทำให้เว็บไซต์ของตนเองติดอันดับต้นๆ ในผลลัพธ์การค้นหาของ Search Site โดยการใช้คีย์เวิร์ดซ้ำกันมากๆ เพื่อ “ หลอก “ Robot หรือ Spider ของ Search Site นั้นให้เข้าใจผิดว่าเว็บนี้มีความเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้นมาก ทั้งๆ ที่อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งถ้า “ หลอก “ ได้สำเร็จเว็บดังกล่าวก็จะถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลลัพธ์การค้นหา
 
การทำเช่นนั้นเรียกว่า Spamming ซึ่งหากมีจำนวนมากเข้าจะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการค้นหาใน Search Site ดูเหมือนผิดพลาดเพราะเมื่อผู้ใช้คลิกเข้าไปดูเว็บในรายการจะพบว่าเนื้อหาเว็บนั้นไม่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ตนเองใช้เลย เพราะเหตุนี้ Search Site จึงใช้มาตราการรุนแรงในการป้องกัน Spamming และได้มีการพัฒนา Robot หรือ Spider ให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้สามารถแยกแยะการ Spam ได้