การเลือกเช่าพื้นที่ Server

 
     
 

  Server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานให้บริการระบบเครือข่ายให้กับลูกค้า เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะตั้งเป็น Server นี้ ควรจะต้องมีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียรเพียงพอที่จะสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้ได้เป็นจำนวนมาก ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ Server สำหรับเก็บข้อมูลเว็บไซต์นี้จะเรียกว่า Web Hosting ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก และมีฐานราคาแตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาหลักเกณฑ์ในการเลือกผู้ให้บริการ เพื่อให้ได้พื้นที่ที่เหมาะสม ตรงกับลักษณะการใช้งานของเว็บไซต์มากที่สุด

 
 
 
 

  หลักในการเลือกเช่าพื้นที่ Server มีดังต่อไปนี้

 
 
1.
ปริมาณพื้นที่ เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราค่าบริการ
ปริมาณพื้นที่ที่ Web Hosting แต่ละที่มีให้เลือกเช่านั้น จะมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งเมื่อจะเลือกใช้บริการที่ใดแล้ว ควรเลือกปริมาณพื้นที่ Server ให้สัมพันธ์กับปริมาณข้อมูลของเว็บไซต์ด้วย พร้อมทั้งพิจารณารูปแบบการเก็บค่าบริการ ว่ามีการเรียกเก็บแบบใด เช่น การเก็บเป็นรายปี รายเดือน หรือชำระเป็นรายไตรมาส มีการกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการใช้บริการหรือไม่ เป็นต้น
2.
ระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการของ Server สามารถแบ่งออกเป็นหลักๆ ได้ 2 ประเภท ได้แก่ Window Server และ Linux Server ซึ่งสามารถแบ่งความแตกต่างออกได้เป็นหลักๆ ดังนี้
-  Window รองรับการทำงานภาษาโปรแกรมทุกภาษา เช่น PHP , ASP , ASP.NET รวมทั้งฐานข้อมูล Access , MySQL , Microsoft  SQL
Server
-  Linux รองรับเฉพาะ PHP และ MySQL ซึ่งเป็น Open Source   

ดังนั้น ในการเลือกใช้งานพื้นที่ Server จึงต้องดูลักษณะการใช้งานภาษาของเว็บไซต์เป็นหลักด้วย แล้วจึงเลือกระบบที่เหมาะสมมารองรับ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง
3.
ปริมาณการโอนถ่ายข้อมูล ( Data Transfer )
ปริมาณการโอนถ่ายข้อมูลนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้เปิดเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ โดยที่การเรียกเปิดไฟล์แต่ละครั้ง ทั้งภาพ เสียง กราฟิก ฯลฯ ที่ประกอบภายในเว็บเพจ จะถูกดึงข้อมูลมาจากพื้นที่ Server ซึ่งจะถือเป็นการโอนถ่ายข้อมูลทั้งสิ้น
ผู้ให้บริการเช่าพื้นที่ Server แต่ละแห่ง จะมีการกำหนดอัตราการโอนถ่ายข้อมูลจำกัดไว้ในแต่ละเดือน หากที่ใดให้ปริมาณการโอนถ่ายข้อมูลไว้มาก จะสามารถทำให้รองรับปริมาณผู้เข้าชมได้มากกว่า แต่ถ้าหากอัตราการโอนถ่ายข้อมูลน้อยเกินไป และถูกเรียกใช้หมดก่อนจะครบเดือนนั้นๆ จะส่งผลให้เว็บไซต์เรียกเปิดไม่ได้จนกว่าจะเริ่มเดือนถัดไป เป็นต้น
ดังนั้น การเลือกเช่าพื้นที่ Server จึงจะต้องคำนึงถึงปริมาณผู้เข้าชมและปริมาณของข้อมูลที่สามารถถูกเรียกเปิดได้ด้วย โดยพื้นที่ Server ที่มีคุณภาพดี จะให้ปริมาณการโอนถ่ายข้อมูลของแต่ละเดือนเป็น Unlimited
4.
E-Mail Account
Web Hosting แต่ละที่นั้น จะมีให้บริการ E-Mail Account ด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณา คือ จำนวน Account หรือ ปริมาณพื้นที่อีเมล์ที่ได้รับ ว่าเพียงพอต่อความต้องการของบริษัทหรือเพียงพอต่อจำนวนคนในองค์กรหรือไม่
5.
รูปแบบการจัดข้อมูล
ผู้ให้บริการแต่ละที่จะมีระบบจัดการโอนไฟล์ข้อมูล ( Upload ) ไปยังพื้นที่ Server แตกต่างกันออกไป โดยมาตรฐานแล้วควรจะมีการให้บริการอยู่สองระบบคือ File Manager ( Control Panel ) และ FTP แต่ผู้ให้บริการบางแห่งจะไม่มีระบบ FTP รองรับ ซึ่งทำให้การทำงานเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่สะดวก ดังนั้นจึงควรตรวจสอบด้วยว่า พื้นที่ Server ที่จะเช่านั้น รองรับการจัดการข้อมูลทั้งสองวิธีหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเช่า
6.
ประเด็นอื่นๆ
-  ระบบรักษาความปลอดภัย มีการ Backup ไฟล์ข้อมูลหรือไม่ ทุกระยะเวลาเท่าใด
-  การบริการ มีผู้ดูแลให้ความช่วยเหลือที่ติดต่อได้ตลอดเวลา ( 24 ? 7 ) หรือไม่
-  คุณสมบัติของเครื่อง Server เช่น ความเร็ว หน่วยความจำ ชนิดของ Harddisk
-  บริการเสริมอื่นๆ เช่น เว็บบอร์ด การนับสถิติผู้เข้าชม ฯลฯ
 
 
นอกจากการเช้าพื้นที่ Server เพื่อจัดเก็บข้อมูลแล้ว ยังมีผู้ให้บริการพื้นที่ Server ฟรี อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ทีเริ่มต้นทำเว็บไซต์ในระยะแรก และไม่ได้เป็นเว็บไซต์ที่มุ่งประโยชน์ทางธุรกิจ เนื่องจาก Web Hosting ที่ให้บริการฟรีนั้นมักมีข้อจำกัดหลายอย่าง หรือบางอย่างก็อาจมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น มีการโฆษณาฝากภายในเว็บไซต์ เป็นต้น
 
 
การสมัครพื้นที่ Server ฟรีนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ คล้ายกับ
การสมัคร E-Mail โดยที่มีคุณสมบัติและข้อจำกัดคล้ายคลึงกัน เช่น
-  ให้พื้นที่น้อย และไม่มี E-Mail
-  มักไม่มีการให้บริการจัดการข้อมูลผ่าน FTP
-  มักจะจัดการ Upload ไฟล์บางประเภท เช่น mp3 ฯลฯ
-  Domain name ที่ได้จะเป็นชื่อย่อยภายใต้ Domain หลักของเว็บไซต์ผู้ให้บริการซึ่งค่อนข้างยาวและจดจำยาก เช่น http://geocities.yahoo.com/username เป็นต้น